BURSTFACE™ by Morpheus8 Burst

นวัตกรรมที่จะมาพลิกโฉมวงการแพทย์ผิวหนัง และเปลี่ยนนิยามของการยกกระชับผิวในตอนนี้

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไม BURSTFACE™ ถึงแตกต่าง?

ต้องบอกว่านี่ไม่ใช่แค่การทำ Morpheus 8 แบบเดิมๆ ครับ แต่เรากำลังพูดถึงเทคโนโลยี ‘Burst Mode’ ขั้นสูง ที่ส่งผ่านพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงลงลึกสู่ใต้ชั้นผิวผ่าน Multi-depth Microneedle หรือเข็มขนาดเล็กดีไซน์พิเศษ ซึ่งสามารถปล่อยพลังงานได้ถึง 3 ระดับความลึก (Multi-level depth) ภายในเสี้ยววินาที… จากการยิงเพียงแค่ครั้งเดียว!

ในทางกลไกทางการแพทย์ พลังงานที่ลงไปนี้จะทำงานอย่างเจาะจงที่ชั้น Subcutaneous Fat หรือชั้นไขมันใต้ผิวหนัง โดยจะเข้าไปทำให้เกิดการ ‘หดตัว’ ของเนื้อเยื่อไขมันที่หย่อนคล้อย พร้อมทั้งทำให้เซลล์ไขมันบางส่วนเกิดการ ‘สลายตัว’ ซึ่งจะช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียว กระชับ และคมชัดขึ้น

พร้อมกันนี้ พลังงานยังเข้าไปกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ให้เร่งสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ตั้งแต่รากฐานลึกระดับเซลล์ สิ่งที่คุณจะได้สัมผัสคือ โครงสร้างผิวที่แน่นฟูขึ้น กรอบหน้าคมชัด และคุณภาพผิว (Skin Texture) ที่ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างแท้จริงครับ

และสำหรับใครที่เคยศึกษาข้อมูลแล้วกังวลเรื่องความเจ็บ… ผมอยากให้วางใจได้เลยครับ เพราะจุดเด่นของเครื่อง Burst คือการใช้ระยะเวลาปล่อยพลังงานที่สั้นมากๆ ในแต่ละจุด (Ultra-short pulse duration)

นั่นหมายความว่า เราสามารถส่งพลังงานลงไปได้ลึกกว่า มีประสิทธิภาพสูงกว่า แต่คนไข้จะรู้สึก ‘เจ็บน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด’ แถมยังใช้เวลาในการรักษาสั้นกว่ารุ่นเดิมมากครับ… มาร่วมสร้างผิวที่อ่อนเยาว์อย่างยั่งยืนด้วย BURSTFACE™ 

Morpheus8 Burst

Morpheus8 Burst คือเทคโนโลยี fractional RF microneedling ที่ผสานการทำงานของเข็มขนาดเล็กกับพลังงาน bipolar radiofrequency (RF) เพื่อส่งพลังงานลงสู่ผิวในหลายระดับความลึก ช่วยดูแลทั้งเรื่องความกระชับของผิว คุณภาพผิว และการฟื้นฟูโครงสร้างผิวในบริเวณใบหน้าและบางบริเวณของร่างกาย โดย InMode ระบุว่า Morpheus8 เป็นเทคโนโลยีแบบ minimally invasive สำหรับการหดตัวของเนื้อเยื่ออ่อน การปรับผิว และการ remodeling ในระดับผิวและใต้ผิวบางส่วนได้ในเครื่องเดียว จุดเด่นของรุ่น Burst คือระบบการปล่อยพลังงานแบบหลายระดับความลึกในหนึ่งรอบการทำงาน ช่วยให้แพทย์สามารถออกแบบการรักษาได้ละเอียดขึ้น และช่วยดูแลได้พร้อมกันทั้งผิวชั้นบนและชั้นลึกมากกว่าการปล่อยพลังงานแบบระดับเดียว InMode อธิบายว่า Burst ถูกออกแบบมาเพื่อให้การรักษามีความสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในบริเวณที่ต้องการดูแลความกระชับและคุณภาพผิวพร้อมกัน

Morpheus8 Burst คืออะไร? ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใคร | Identity Dermatology Center

Morpheus8 Burst ทำงานโดยใช้หัวทรีตเมนต์ที่มีเข็มขนาดเล็กส่งพลังงาน RF ลงไปยังชั้นผิวที่กำหนด เมื่อพลังงานถูกส่งลงสู่ผิว จะเกิดความร้อนอย่างควบคุมได้ในเนื้อเยื่อ ช่วยกระตุ้นการจัดเรียงตัวของคอลลาเจนใหม่และการ remodeling ของผิว ส่งผลให้ผิวดูแน่นขึ้น เรียบขึ้น และดูมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้นตามระยะเวลา

Morpheus8 มีหัวทรีตเมนต์หลายรูปแบบเพื่อให้เหมาะกับตำแหน่งและปัญหาที่ต่างกัน เช่น หัวสำหรับบริเวณเล็กอย่างรอบดวงตาและเหนือริมฝีปาก หัวสำหรับบริเวณใบหน้าที่กว้างขึ้น หัวสำหรับการดูแลผิวชั้นตื้น และหัวสำหรับบริเวณลำตัวหรือบริเวณที่กว้างขึ้น โดยข้อมูลจาก InMode Australia ระบุช่วงความลึกของหัวต่าง ๆ ไว้ตั้งแต่ระดับตื้นสำหรับ resurfacing ไปจนถึงระดับลึกสำหรับ body treatments

ในเชิงผลลัพธ์ Morpheus8 Burst มักถูกใช้เพื่อดูแลเรื่องผิวไม่เรียบ รูขุมขน ริ้วรอยบางส่วน ความหย่อนคล้อยระดับต้นถึงปานกลาง และการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม ทั้งนี้ผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับสภาพผิว บริเวณที่ทำ ระดับพลังงาน และแผนการรักษาที่แพทย์ออกแบบให้แต่ละคน

Morpheus8 Burst เหมาะกับใคร?

Morpheus8 Burst เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวและความกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวหลายด้านร่วมกัน และต้องการให้ผิวดูแน่น เรียบ และมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้นในแผนการรักษาเดียว

Morpheus8 Burst เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีผิวไม่เรียบ หรือ texture ผิวไม่สม่ำเสมอ
  • ผู้ที่มีรูขุมขนดูกว้าง
  • ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือเริ่มมีสัญญาณผิวหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่ต้องการให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้น
  • ผู้ที่มีรอยสิวหรือรอยแผลเป็นบางประเภท
  • ผู้ที่ต้องการดูแลผิวบริเวณใบหน้า ลำคอ หรือบางบริเวณของร่างกาย
  • ผู้ที่ต้องการหัตถการแบบ minimally invasive และมีระยะฟื้นตัวไม่นานเมื่อเทียบกับหัตถการที่รุกล้ำมากกว่า

ข้อควรรู้ : ความเหมาะสมของการรักษาควรประเมินโดยแพทย์ก่อนทุกครั้ง ระดับความลึก หัวทรีตเมนต์ และแผนการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัญหาและบริเวณที่ต้องการดูแล

Morpheus8 Burst ขั้นตอนการทำ

โดยทั่วไป การทำ Morpheus8 Burst จะเริ่มจากการประเมินปัญหาผิวและออกแบบการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อให้เลือกหัวทรีตเมนต์และระดับพลังงานได้สอดคล้องกับปัญหาผิวจริง

ขั้นตอนการทำ

  • ประเมินผิวและวางแผนการรักษา
  • แพทย์ประเมินสภาพผิว ปัญหาที่ต้องการดูแล และบริเวณที่ต้องการรักษา
  • ทำความสะอาดผิว
  • เตรียมผิวให้พร้อมก่อนเริ่มการรักษา
  • ทายาชาเฉพาะที่เพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำหัตถการ
  • เลือกหัวทรีตเมนต์และตั้งค่าการรักษาแพทย์จะเลือกหัวทรีตเมนต์ที่เหมาะกับบริเวณนั้น ๆ และกำหนดความลึกหรือรูปแบบการปล่อยพลังงานให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล
  • เริ่มทำการรักษาหัวทรีตเมนต์จะส่งเข็มขนาดเล็กลงสู่ผิว พร้อมปล่อยพลังงาน RF ตามระดับที่ตั้งค่าไว้สำหรับรุ่น Burst พลังงานจะถูกปล่อยในหลายระดับความลึกภายในหนึ่งรอบการยิง เพื่อช่วยดูแลหลายชั้นผิวในบริเวณเดียว
  • ประเมินผิวหลังทำและให้คำแนะนำหลังทำหลังทำอาจมีรอยแดง บวมเล็กน้อย หรือมีลักษณะคล้ายผิวโดนแดดอ่อน ๆ ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ในช่วงแรกของการฟื้นตัว

หลังทำอาจพบอาการอะไรได้บ้าง?

  • ผิวแดงเล็กน้อย
  • อาจจะบวมเล็กน้อย
  • รู้สึกอุ่นผิว
  • มีรอยเข็มเล็กๆ ชั่วคราว

อาการเหล่านี้มักเป็นอาการที่พบได้ในช่วงแรกหลังทำ และควรดูแลผิวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ระยะเวลาทำ Morpheus8 Burst

ระยะเวลาในการทำ Morpheus8 Burst ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษาและขนาดพื้นที่ที่ต้องการดูแล โดยทั่วไปมักใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ไม่รวมเวลาทายาชา

ระยะเวลาอาจแตกต่างกันตามปัจจัยต่อไปนี้

  • บริเวณที่ทำการรักษาหากเป็นบริเวณเล็ก เช่น รอบตา หรือรอบปาก อาจใช้เวลาน้อยกว่า
  • ขนาดพื้นที่ที่ต้องการดูแลหากเป็นทั้งใบหน้า ลำคอ หรือหลายบริเวณร่วมกัน อาจใช้เวลามากขึ้น
  • แผนการรักษาของแต่ละบุคคลความลึกของการรักษา หัวทรีตเมนต์ที่เลือกใช้ และปัญหาผิวของแต่ละคน อาจทำให้ระยะเวลาแตกต่างกัน

จำนวนครั้งในการรักษา 

  • หลายคนอาจเห็นผลต่อเนื่องได้ดีเมื่อทำเป็นคอร์สประมาณ 1-3 ครั้ง
  • ระยะห่างในการทำแต่ละครั้ง ควรขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
  • การตอบสนองต่อการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

การดูแลหลังทำ Morpheus8 Burst

หลังทำ Morpheus8 Burst ผิวอาจมีอาการแดง บวมเล็กน้อย รู้สึกอุ่นผิว หรือมีรอยเข็มเล็ก ๆ ชั่วคราวในช่วงแรก ซึ่งเป็นอาการที่พบได้หลังทำหัตถการประเภท RF Microneedling

การดูแลหลังทำที่แนะนำ

  • ดูแลผิวอย่างอ่อนโยน
  • ล้างหน้าหรือทำความสะอาดผิวอย่างเบามือในช่วงแรก
  • หลีกเลี่ยงความร้อนและเหงื่อมากในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกเช่น การออกกำลังกายหนัก ซาวน่า หรือกิจกรรมที่ทำให้ผิวร้อนจัด
  • หลีกเลี่ยงการเสียดสีผิวเพื่อไม่ให้ผิวระคายเคืองมากขึ้นในช่วงที่ผิวยังฟื้นตัว
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจระคายเคืองผิวเช่น สกินแคร์กลุ่มผลัดผิว หรือผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ค่อนข้างแรงในช่วงแรกหลังทำ
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและดูแลผิวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือคลินิกเป็นหลักเพราะระยะเวลาในการกลับไปใช้สกินแคร์หรือแต่งหน้าตามปกติ อาจแตกต่างกันตามระดับการรักษาของแต่ละคน

ข้อควรรู้

  • อาการหลังทำมักค่อยๆ ดีขึ้นตามระยะเวลาการฟื้นตัวของผิว
  • คำแนะนำหลังทำอาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและความลึกของการรักษา